Search
วันอาทิตย์ 15 กันยายน 2019
  • :
  • :

หลักใหญ่ ใจความ สร้างแรงจูงใจ

หลักใหญ่  ใจความ  สร้างแรงจูงใจ

 

ยอม ยอมรับ  พอใจ  ประทับใจ  ซึ้งใจ     คือภาวะสำคัญที่จะเหนี่ยวรั้งให้มนุษย์อยู่กับสิ่งหนึ่ง  หรือกระทำกิจกรรมหนึ่งๆ อยู่ได้ยาวนาน

การสร้างภาวะดังกล่าว  เกิดขึ้นจากการให้การตอบสนอง  ทั้งแบบรูปธรรมและนามธรรม  เพื่อตอบสนองความต้องการที่ลำดับไปตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปสู่ขั้นสูงสุด

พื้นฐาน  หรือการให้ในปัจจุบันตรงหน้า  คือ  เรื่อง  การมีกิน  มีใช้  ความปลอดภัย  มั่นคงในชีวิต  ที่จำเป็นจะต้องมีอย่างเพียงพอ  และมีสมดุลการให้และการรับ   เช่น  การทำงานที่จะต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมเพียงพอ  เพื่อแลกเปลี่ยนกับการทำงานหนักหรืองานที่ยากเป็นต้น

ต่อมาคือ  การให้อนาคต  การให้สัญญาใจและสัญญากระดาษ   หรือให้ความมั่นคงในชีวิต  สำหรับคนโสด หรือคนที่ไม่มีภาระทางเศรษฐกิจ  อาจจะยอมรับภาวะเสี่ยงต่อความมั่นคงได้มากกว่า  ในขณะที่คนมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ  จะต้องการการมีอนาคตที่ชัดเจน  มั่นคงและยาวนาน  แต่กระนั้นหากความจำเป็นเฉพาะหน้ามีมากกว่าเรื่องอนาคต  มนุษย์อาจจะเลือกที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนความมั่นคงระยะยาว

และไปถึงขั้นสูงขึ้น   คือ  การตอบสนองภาวะจิตใจ   คือการให้  และการพัฒนา  และการผสมผสานตามกาลเวลา

การให้  เช่น  การชื่นชม  การกล่าวชม  การสร้างความยอมรับ  การให้เกียรติ    ให้รู้สึกว่ามีความสำคัญ   ที่มิติของการให้  มีทั้งเรื่อง  ขนาด  ความถี่  ความต่อเนื่อง  กาละเทศะ  เจตนา   การให้ด้วยวิธีนี้จะมีความเหมาะสมก็ต่อเมื่อ  เป็นการให้ด้วยความจริงใจ  ถูกที่ถูกเวลา  ไม่มากไม่น้อย  ไม่บ่อยไม่น้อยจนเกินไป  การให้แบบนี้   การเกิดขึ้นของภาวะอารมณ์แบบนี้อาจจะมีอยู่ตั้งอยู่เพียงชั่วคราวแล้วดับไป

การให้โดยการพัฒนา   ถือว่าเป๋นการให้ขั้นสูงสุด   จะเป็นการให้ที่ยืนยง  ติดตัว   กล่าวคือ  เป็นการส่งเสริม  การสร้างทัศนคติ  ความคิดความอ่าน  เพื่อให้มนุษย์สามารถที่จะค้นหาและสร้างความพึงพอใจ  และกลายเป็นแรงจูงใจได้ด้วยตนเอง    การให้โดยการพัฒนาจึงเป็นการยกระดับจิตใจระดับความคิด  การสร้างแรงจูงใจได้ด้วยตนเองจึงเป็นเป้าหมายสูงสุด  บุคคลใดรู้จักตนเองได้เร็ว  และดีที่สุดบุคคลนั้นจะประสบความสำเร็จ

การสร้างร่างกาย  สามารถทำได้ด้วยการกิน   การพักผ่อนอย่างเพียงพอ  และการออกกำลังกาย   ในการสร้างสมอง  การสร้างภาวะอารมณ์และจิตใจก็เช่นกัน  ก็ต้องป้อนด้วยอาหารสมอง  อาหารจิตใจ   อาทิ  การเรียนรู้จากห้องเรียน  การอบรมบ่มนิสัย  การอ่านหนังสือ  การให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาชีวิต  การฝึกสมาธิ  การบวชเรียน   การฝึกฝนด้านจิตวิทยา

จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการที่จะต้องสร้างแรงจูงใจ  กระทั่งให้กลายเป็นพลังสำคัญในการทำงานสร้างสรรกิจกรรม  สร้างธุรกิจและสร้างอนาคตร่วมกัน

เพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น  ขอยกตัวอย่าง ใน  3 ตัวอย่าง

  1. พนักงานทำความสะอาดสำนักงาน
  2. พนักงานบัญชีระดับปริญญาตรีหรือช่างเทคนิค
  3. พนักงานระดับผู้จัดการหรือผู้บริหาร

พนักงานในทั้ง 3 กรณีนี้  มีความต้องการที่เหมือนกัน  คือ  เงินเดือนและสวัสดิการตอบแทน   เพื่อให้มีชีวิตอยู่และเลี้ยงดูภาระของตัวเองได้

พนักงานระดับหนึ่ง  อาจจะไม่สนใจเรื่อง  การเป็นที่ยอมรับ  การมีหน้ามีตา  มากนัก แต่ในอีกระดับหนึ่ง  กลับกลายเป็นเรื่องสำคัญกว่า   ที่อาจจะมีความต้องการเพียงแค่พอ  การมีเพื่อแข่งขัน  เพื่อการอวดเบ่งในสังคม

พนักงานบางกลุ่ม  เช่น  ช่างเทคนิค  พนักงานบัญชี  หรือวิศวกร    ที่อาจจะเริ่มคิดถึงความท้าทาย  ความยากของงาน   และมีความคาดหวังในการที่จะให้ผู้คนยอมรับในความรู้ความสามารถมากขึ้น  กระทั่งการกลายเป็นพวกวัตถุนิยม  ตามกำลังเศรษฐกิจของตน

ในขณะที่แรงจูงใจสำหรับพนักงานระดับผู้จัดการ  จะเริ่มเปลี่ยนไปมากขึ้น  ตั้งแต่ขนาดของความต้องการขั้นพื้นฐาน  ง่าย ๆ ก็คือ  เงินเดือนและสวัสดิการที่สูงขึ้น  การยอมรับ  การให้เกียรติ  การมีหน้ามีตาที่สูงขึ้น    คนกลุ่มนี้อาจจะเป็นประเภทเบื่อง่ายขึ้น   ขึ้นอยู่กับโอกาสแวดล้อม   แต่บางกลุ่มบางคน  อาจจะมีความรู้สึกเพียงพอที่เกิดมาจากการที่ได้พัฒนาภาวะอารมณ์มาอย่างยาวนานแล้ว  และบางคนอาจจะกำลังเตรียมเกษียณอายุตัวเอง

ในทุกกลุ่มทุกตัวอย่าง  จะมีมนุษย์ที่มีความไฝ่ฝันทะเยอทะยานในการที่จะสร้างฐานะของตนเองให้เติบโตอย่างรวดเร็วรวอยู่ด้วยเสมอ  คนเหล่านี้จะยิ่งมีความต้องการมากกว่าคนปกติมากขึ้นอีกหลายเท่า  จะมีความสลัลซับซ้อนทางจิตใจและวิธีการมองโลกมากขึ้น  การทำให้คนกลุ่มนี้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น จึงจะเป็นการจูงใจที่ดี

สำหรับธุรกิจ   และสำหรับทุก ๆ ระดับของพนักงานทีมงาน   การจูงใจขั้นสูงสุดที่จะทำให้ธุรกิจของท่านมีความสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ดีที่สุดและยั่งยืนคือ  การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของให้เกิดขึ้นให้ได้

การจูงใจ  จึงไม่มีสูตรตายตัว  ว่าจะเริ่มอย่างไร  จะเดินต่ออย่างไร  และจะจบลงอย่างไร

แต่การเริ่มต้นที่จำเป็นสำหรับเจ้าของธุรกิจ  คือ  การตั้งใจจริง  อย่างจริงใจ  และเข้าใจถึงหลักความต้องการของมนุษย์และตามด้วยความเข้าใจต่อความเป็นอยู่และความต้องการของบุคคลากร  และจะต้องมีความพร้อมด้านเงินทุน  เพื่อการสรรหาทรัพยากรปัจจัยที่จำเป็น   และไปจนถึงการสร้างพัฒนาด้วยการเรียนรู้  อบรมทั้งด้านอาชีพการงานนั้น  การพัฒนาทักษะบุคคลจากการสัมมนา  กิจกรรมกลุ่ม  และไปจนถึงการฝึกธรรมะเพื่อพัฒนาจิต

โซลูชั่นจากเรื่องนี้   คือ   เจ้าของต้องตั้งใจ  จริงใจ  ไฝ่รู้ทักษะ  เข้าใจลูกน้อง  ใช้เวลา  ใช้โอกาส  ใช้ทุนผสมผสาน  ต่อเนื่อง  ก็เพื่อธุรกิจของคุณเอง   อย่าลืม  มนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่เงินทอง  แต่มนุษย์ยังต้องการ  การเป็นคนสำคัญ

 

 

 

 

Facebook Comments



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น