Search
วันอาทิตย์ 15 กันยายน 2019
  • :
  • :

5 ประการ สร้างแบรนด์บุคคลให้ยิ่งใหญ่

5 ประการ สร้างแบรนด์บุคคลให้ยิ่งใหญ่

Credit : Leonard Kim &  www.inc.com 

    BY AJ AGRAWAL  leonardkim-leftimage

ในแต่ละวันเราต้องพบกับผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย  บ้างก็พบกันเป็นการส่วนตัว หรือไม่เราก็อ่านไปเจอว่าใครบางคนกำลังทำงานออนไลน์  หรือต่อมาอาจจะเป็นคนที่เรากำลังดูในวิดีโอ  ลองทบทวนดูซิครับว่า  เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น  ว่าเราจำใครได้ทั้งหมดทุกคนหรือเปล่า  และทราบมั๊ยครับว่า  แต่ละคนนั้นมีลักษณะที่แท้จริงเป็นอย่างไร

บางครั้งเราก็จำได้  แต่ที่บ่อยกว่านั้น  คือจำไม่ได้  เราไม่สามารถจดจำใบหน้า  คำพูด หรือสาระ และต่อมาก็จะจางหายไปจากความจำของเรา  พอๆ กับการที่เราลืมไปเลยว่า  เมื่อวันพุธสัปดาห์ที่แล้ว  เราทานอะไรในมื้อค่ำ

ศิลปะว่าด้วยการสร้างแบรนด์ของบุคคลเป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจมานานแล้ว  แม้นแต่ตอนที่ผมเริ่มเขียนหนังสือ  ผมเองก็เห็นตัวเองได้ว่าผมมีพัฒนาการในการใช้คำอย่างไรเพื่อการแบ่งปันความคิดอ่านของตัวเอง เพื่อเปิดประตูให้ผมได้สร้างเครือข่ายออกสู่โลกภายนอก  ยิ่งไปกว่านั้น  เมื่อผมได้มานั่งอ่านงานตัวเองว่าบทความที่ผมเขียนลงไปนั้นจะมีผล  มีอิทธิพลต่อความน่าเชื่อถือ  ต่อแบรนด์ของตัวผมอย่างไร

สิ่งที่ตามมาจากการที่ผมได้รับจากช่องทางการเขียน  ได้จุดประกายความคิดของผมอย่างแรงกล้าในเรื่องของการสร้างแบรนด์ระดับบุคคล  เพื่อจะให้เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญน่าเชื่อถือ  ผมจึงได้พบกับนักคอลัมส์นิสต์คนหนึ่งที่เป็นนักเขียนในวารสารInc. Magazine   ก็เพื่อที่จะเข้าใจถึงความคิดอ่านของเขา

ผมได้มีโอกาสพบกับ Leonard Kim  เขาเป็นเจ้าของกิจการร่วมฯ  อยู่ที่บริษัท   InfluenceTree,  และผมก็ได้ถามเขาถึงเรื่องราวความสำเร็จของเขา  ที่นั่น  Leonard และทีมงานของเขาจะสอนคุณว่าคุณจะสร้างแบรนด์อย่างไร  จะมีผลงานโดดเด่นในวงการ  ในวารสารต่าง ๆ อย่างไร  และจะทำให้เพจของคุณมีผู้คนติดตามได้อย่างมากมายได้อย่างไร

LeonardKim

IMAGE: Evan Duning

ในวัย 30 ของ Leonard เขาได้ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง  โดยให้หลังไปในปี 2013 เขาเริ่มทดลองเรื่องนี้ที่ Quora, ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับตลาดเกี่ยวกับแหล่งความรู้ออนไลน์   ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเขาสามารถสะสมยอดการเข้าชมได้ถึง 2 ล้านวิว  และก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มียอดผู้ชมมากที่สุด   ตอนนี้ที่เป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่ง  เขามียอดวิวถึง 10 ล้านวิว  และต่อมาเรื่องราวของเขาก็ได้ตีพิมพ์ไปอย่างแพร่หลาย   ที่เริ่มจากการที่เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย  แต่ตอนนี้ Leonard กลายเป็นที่รู้จักของผู้คนอย่างกว้างขวางในฐานะผู้มีอิทธิพลด้านความคิด  และมีผู้ติดตามระดับคุณภาพกว่า 100,000 คน  และเป็นผู้ติดตามตัวจริงเสียงจริงซะด้วย

แต่ในการเริ่มตั้นนั้น  มันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราเห็นเขาในตอนนี้   โดยย้อนกลับไปในปี 2010  หลังจากที่เขาเริ่มต้นกิจการอย่างยากลำบากและขาดเงินทุน  จนเกือบจะเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย และสูญเสียทุกอย่าง   ยายของเขาดูแลเขาและให้ที่อยู่พักพิงชั่วคราวกับเขา  และได้ทำให้เขากลายเป็น  “จากพรมเช็ดเท้ากลายเป็นเศรษฐี” หรืออาะหมายถึง “สามล้อถูกหวย”

ผมถามเขาว่าเขาลุกขึ้นมาจากจุดนั้นได้อย่างไร  และอะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จ

Leonard ได้ให้คำแนะนำผมมา 5 ประการเพื่อการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเอง  เพื่อให้เป็นที่แน่ใจได้ว่าคุณจะเป็นที่จดจำของทุกคนได้ตลอดไป

1. Make bold and fearless moves  สร้างจุดเด่นและเดินหน้าไปอย่างไร้ซึ่งความขลาดกลัว

Leonard ได้ถูกกระตุ้นให้เขียนบทความหลังจากที่เขาอ่านบทความสองสามเรื่องของ James Altucher.   เรื่องราวที่กระตุ้นเขานั้นคือเรื่องเกี่ยวกับว่า James รู้สึกอย่างไรหลังจากเสียเงินไปหล้านเหรียญ  losing millions of dollars.

Leonard  แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า  จะมีใครบางคนมานั่งเขียนเรื่องราวบางอย่างได้อย่างเจ็บปวดและเผยแพร่ออกสู่สาธารณะได้เช่นนั้น

และสิ่งนั้นนี่แหละเป็นแรงกระตุ้นให้เขาคิดริเร่มในแบบของเขา

หลังจากที่เขาซึมซับเอาเรื่องราวของ James  เข้ามาในตัวเอง  Leonard ก็ลงมือเขียนบทความเรื่องราวชิ้นแรกของเขา

แต่หลังจากเขาเขียนมันออกมา  เขาเองเต็มไปด้วยความกลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร  เขากังวลและเขาใช้เวลาไปกว่า 3 ชั่วโมงกว่าที่เขาจะกดปุ่ม  เผยแพร่บทความ  แต่เมื่อเขากดปุ่มเผยแพร่ไป  ทันทีนั้นเขาก็เหมือนถูกปลดปล่อย

เขาเป็นเช่นนั้นซ้ำอีก  ในสองสามครั้งที่เขาเขียนเกี่ยวกับความล้มเหลวของบุคคล    หนังสือของเขาได้ถูกหยิบยกไปอ้างอิงพูดคุยวิจารณ์กัน   แต่เขาได้เรียนรู้ที่จะก้าวผานความกลัว  โดยที่แต่ละครั้งที่เขาเผยแพร่บทความ  เขากลับได้มีความมั่นใจมากขึ้นตามลำดับ  กระทั่งเขากลายเป็นคนที่ไร้ซึ่งความกังวล

Takeaway: Be bold, when in doubt, send it out.  สิ่งที่เรียนรู้คือ  ต้องมีความชัดเจน  หากสงสัยส่งมันออกไป

2. Find a niche.  ค้นหากลุ่มเป้าหมาย

เมื่อครั้งที่เขาลงมือเขียนบทความครั้งแรก  เขาได้เดินทางไปในทุกแห่งหน  เขาไม่มีความชัดเจนในตัวเองว่าเขาต้องการจะเขียนในเรื่องอะไร   สุดท้ายเขามาจับประเด็นแก่นแท้ของเขาได้ว่า  เขาจะเขียนเรื่องราว่าด้วย   ความล้มเหลว

ในการค้นหาเป้าหมายเฉพาะ   เขาสามารถที่จะเข้าไปถึงส่วนลึกของผู้อื่นในส่วนที่ไม่มีใครพูดถึงกัน  ด้วยเหตุผลหรือช่องว่างอันนี้  เขาจึงได้ดึงเอาความสนใจออกมาจากการเดินไปเรียนรู้ไปของชีวิตจากคนที่ฉลาดกว่าเขา  ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นไหน  ระดับไหน ตั้งแต่หมอ นักกฏหมาย นักธนาคารและอีกมากมาย

หลังจากที่ Leonard ได้สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์และสร้างกลุ่มผู้ฟังแล้ว   ตอนนี้เขาก็สามารถที่จะพูดเกี่ยวกับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่มันมีความสำคัญต่อตัวเขาได้

Takeaway: Start with something unique that will stand out.  บทเรียนในที่นี้คือ  เริ่มต้นจากบางอย่างที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่จะกลายมาเป็นจุดยืนอันโดดเด่นในเวลาต่อมา

3. Provide value  สร้างคุณค่าจากสิ่งนั้น

Leonard ไม่เพียงแต่จะพูดถึงเรื่องความคิดเรื่องความล้มเหลว  แต่กลับพูดถึงอยู่ตลอดถึงงานอาชีพของเขาที่เขาเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก  เขาเรียนรู้มันมาตลอดเส้นทาง  บทเรียนเหล่านั้นมีราคาแพงนับหลายสิบหลายร้อยเหรียญที่จะต้องศึกษา

เขาพบว่าหากเขาจะเขียนเรื่องราวอะไรออกมาซักอย่าง  เขาจะต้องสร้างคุณค่าที่ดีที่สุดออกมาด้วยเช่นกัน  และคุณค่านั้นคือการที่เขาใช้บทเรียนของเขาในการสอนผู้อื่นเพื่อให้คนเหล่านั้นได้หลีกเลี่ยงการทำผิดคล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นกับเขา  เรื่องราวของเขาได้เข้าถึง  จับจิตใจของผู้อ่านของเขา   ก็เพราะเขาเหล่านั้นเห็นถึงคุณค่าในบทความนั้น ๆ  และหลายคนก็ได้แบ่งปันเรื่องราวของเขากระจายออกไป   และเป็นการเพิ่มยอดผู้อ่านไปอีกมากมาย

มีเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องที่มีคุณค่ามาก  คือเรื่องเด่นของเขาที่ชื่อว่า  the exact formula on how to split equity within a startup   ที่เป็นการแนะนำว่า สิ่งนั้นจะมีมูลค่ากว่า หมื่นเหรียญ  ที่ผู้อ่านของเขารับรู้มันเข้าไป

บทความนี้สร้างชื่อเสียงให้ Leonard  ในฐานะของการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเริ่มต้นธุรกิจ  ทั้งในฐานะการเป็นผู้ประกอบการและการเป็นนักลงทุนในตลาดทุน

Takeaway: Make your content worth reading.  บทเรียนในตอนนี้ คือ การสร้างเนื้อหาของคุณให้คุ้มค่าแก่การอ่าน

4. Be open and honest   ต้องเปิดเผยและซื่อสัตย์

เมื่อยามที่เขาเผยแพร่บทความของเขา  เขาจะไม่เป็นประเภทพวกชอบชุบให้หวานด้วยน้ำตาล  แต่เขากลับเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างฃัดเจนว่าเป็นอย่างไร  เขาไม่ได้รู้สึกอายว่าเขาได้สูญเสียทุกอย่าง  แต่ในทางกลับกัน  เขากลับรู้สึกว่าเขามีส่วนสำคัญที่ได้มีส่วนในการแบ่งปันเรื่องราวความจริงที่โหดร้ายให้กับคนอื่นได้ฟัง

เขารู้สึกมีความเต็มใจในการแบ่งปันเรื่องราวของเขาและบทเรียนที่เขาได้เรียนรู้มา  เขามองถึงและหยิบเอาความผิดพลาดเหล่านั้นออกมานำเสนออย่างซื่อสัตย์  มันไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างประสบการณ์และเร่งการเรียนรู้ของเขา  แต่สิ่งนั้นกลับจะเป็นสิ่งที่ประกันไม่ให้ผู้อื่นทำผิดพลาดซ้ำ ๆ กันกับเขา

เพราะความซื่อสัตย์ของ Leonard  เขาจึงสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งกับผู้คนที่อ่านผลงานของเขา  ช่างเป็นการบังเอิญเหลือเกินที่เขาได้รับสมญานามว่า  เขาเป็นทั้งนักสร้างแรงบันดาลใจทั้งในด้านความชาญฉลาดและกล้าหาญชาญชัยไปพร้อม ๆ กัน

Takeaway: Honesty is the best policy.  บทเรียนจากตอนนี้คือ  ความซื่อสัตย์คือนโยบายที่ดีที่สุด

5. Stack your successes   สร้างสมความสำเร็จ

Leonard เฝ้ามุ่งเน้นในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง และเขาก็ได้รับสิ่งนั้นจากผู้ติดตาม  และจากหลังจากความสำเร็จทีละเล็กทีละน้อย   เขาจะฉลองความสำเร็จเหล่านั้นและกลับไปทำงานนั้นต่อ ๆ ไป  และแล้วจากสิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้น  ก็สะสมทับซ้อนก่อเป็นควาสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขา

บทเรียนที่สำคัญที่สุดที่ Leonard แบ่งปันออกมาคือ  ความเชื่อที่ว่าทุกคนจะต้องมุ่งเป้าไปที่การสร้างแบรนด์ของตนเอง  ด้วยการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน    ก่อนที่ Leonard จะสร้างแบรนด์ของตนเองออกมาได้สำเร็จนั้น  เขาได้ส่งใบสมัครงานออกไปนับร้อยครั้ง  ไม่มีแม้แต่บริษัทเดียวที่จะตอบรับเขา  คงมีแต่งานขายที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย

นอกไปเสียจากความเหน็ดเหนื่อยจากงานขาย   Leonard ต้องการจะทำบางสิ่งที่มากกว่านั้น  แต่กลับไม่มีใครให้โอกาสเขา

ด้วยการสร้างแบรนด์ของเขาออกมาและได้รับการตอบรับจากผู้ติดตาม  เขาพบว่าโอกาสต่าง ๆ ได้เริ่มวิ่งเข้ามาหาเขา  ในขณะนี้มันกลายเป็นเรื่องธรรมดามาก  ที่ในกล่องอีเมล์ของเขาเต็มไปด้วยข้อเสนอจากบริษัทที่ปรึกษาในการสร้างแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย

ด้วยผลลัพธ์ที่เขาก่อร่างสร้างขึ้นมันมาอย่างช้า ๆ และมั่นคง  วันนี้ Leonard ได้ถูกมองว่าเป็นนักสร้างแรงจูงใจผู้มีอิทธพลตัวจริง  และเป็นแหล่งข้อมูลคุณภาพที่เชื่อถือได้

จากการค่อย ๆ สร้างแบรนด์ของตัวเขา  บัดนี้สิ่งนั้นได้สร้างให้เขาสามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ให้เขาได้เข้าหาผู้ฟังของเขาด้วยความจริงใจ  และเป็นคำปรึกษาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวจากใจ
  • เดินเข้าไปสู่จุดที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ
  • เข้าไปสู่  มีส่วนร่วมในการสัมมนาใหญ่ ๆ ต่าง ๆ
  • ได้รับข้อเสนองานจากทุก ๆ สาขาทีสามารถใช้ความสามารถด้านนี้ของเขาได้
  • ได้รับอีเมล์จากทุก ๆ คนและได้รับการตอบสนองที่ดี
  • สามารถที่จะเข้าแข่งขันในการประมูลสัญญางานต่าง ๆ กับคู่แข่งที่สูสี  และมีท่าทีว่าจะได้รับชัยชนะ
  • ได้รับการแนะนำให้เป็นแขกขึ้นหน้าปกวารสารโพสต์การ์ดต่าง ๆ รวมไปถึงงานอีเวนต์และเกมโชว์ต่าง ๆ

Takeaway: Build your brand first and the world opens up for you.  บทเรียนตอนนี้คือ  สร้างแบรนด์ของคุณขึ้นมาก่อน  และโลกก็จะเปิดเพื่อคุณ

สิ่งนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในรอบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

แต่ตอนนี้ประตูต่าง ๆ กลับเปิดกว่ฃ้างอ้าซ่ารอรับเขา

ถ้าคุณออกแรงใส่ไปให้กับการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลหรือความเป็นตัวตนของคุณ  ประตูก็จะเปิดกว้างเพื่อคุณด้วยเช่นกัน

เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งอื่น ๆ อีกมากมายจากตัวเขา  ผมแนะนำว่าให้ติดตามเขาจากออนไลน์  และลองดูว่าเขาได้ทำอะไรไว้เพื่อคุณ

หากคุณมีเรื่องราวที่ว่าคุณประสบความสำเร็จอย่างไรในเรื่องของการสร้างแบรนด์ของคุณเอง   ผมอยากจะได้เรียนรู็  โปรดได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผมด้านล่างนี้

PUBLISHED ON: DEC 10, 2015  เรื่องนี้เผยแพร่เมื่อ Dec 10, 2015
Facebook Comments
Facebook Comments